ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ …ทำไงดี?

ความดันโลหิตสูง (hypertension) เป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายโรค และมีสาเหตุหลักๆมาจาก พฤติกรรมการทานอาหาร และการใช้ชีวิต ไม่ออกกำลังกาย การทานอาหารเค็ม หรืออาหารที่มีไขมันสูงก็ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น เพราะ ในขณะที่เราทานอาหารเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้สูงวัย ที่มีอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกายส่วนต่างๆจึงเพิ่มขึ้น เราจึงพบภาวะ ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ ในมากกว่าวัยอื่นๆ

สิ่งที่น่ากลัวมากไปกว่านั้นคือ โรคความดันโลหิตสูง ไม่มีสัญญานบอก ไม่มีอาการบ่งบอก กว่าจะรู้ตัวก็อยู่ในภาวะเรื้อรัง รุนแรง รักษาให้หายยาก ไม่สามารถควบคุมอาการที่เกิดขึ้นได้แล้ว อาการที่พบในภาวะเรื้อรัง เช่น การปวดศีรษะบริเวณท้ายทอยช่วงเช้า คลื่นไส้ บางคนมีอาการตาพร่ามัว นอกจากนี้ยังมีโรคแทรกซ้อนตามมามากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคไต โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคเนื้องอกต่อมใต้สมอง เป็นต้น ซึ่งอาจะทำให้เกิดความพิการ หรือเสียชีวิตได้

 

ความดันสูง

 

ในคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ค่าความดันโลหิตไม่ควรเกิน 120/80 ม.ม.ปรอท ส่วนผู้ที่มีค่าความดันโลหิตอยู่ระหว่าง 120-139/80-89 ม.ม.ปรอท จัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และผู้เป็นความดันโลหิตสูง คือผู้ที่มีค่าความดันโลหิต 140/90 ม.ม.ปรอทขึ้นไป

สำหรับผู้สูงอายุ ที่มีอายุอยู่ในช่วง 60-79 ปีค่าเป้าหมายคือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 140/90 ม.ม.ปรอท และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่80 ปีขึ้นไป ค่าเป้าหมายคือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 150/90 ม.ม.ปรอท หากค่าที่วัดได้มากกว่านี้นั่นแสดงว่า ผู้สูงอายุภายในบ้านของคุณกำลังเป็น ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ ควรพบแพทย์ ทำการรักษา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันสูงHigh-Blood-Pressure2

การรักษาโรค ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ

ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมได้ เพื่อป้องกันความเสื่อมของอวัยวะอื่นๆ ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือยังไม่เป็นสามารถปฏิบัติตัว ดังนี้

  1. ควบคุมอาหาร : งด หรือ ลดปริมาณการทานเกลือ และโซเดียม ไม่ปรุงอาหารให้มีรสเค็มจัด หลีกเลี่ยงการทานผงชูรส ผงฟูทำขนมปัง
  2. ควบคุมน้ำหนัก : โดยการลดการรับประทานน้ำมัน ไขมัน น้ำตาล แผ้ง และทานผัก ผลไม้ อาหารไขมันต่ำ
  3. ออกกำลังกาย : ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย เนื่องจากบางรายอาจต้องควบคุมความดันโลหิตก่อน และเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงดัน เพราะทำให้ความดันโลหิตสูง
  4. ลดความเครียด : ความเครียดมีผลทำให้ความดันโลหิตสูง ดังนั้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักวิธีผ่อนคลายความเครียด
  5. งดสูบบุหรี่ : สารพิษในบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบของผนังเส้นเลือด
  6. งดดื่มสุรา : มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงทำให้ความดันโลหิตสูง อาจทำให้หัวใจวายได้
  7. รับประทานยา : ทานยาสม่ำเสมอตามที่แพทย์กำหนด ไม่ปรับเพิ่มหรือลดขนาดของยาเอง และหมั่นวัดความดันโลหิตเป็นระยะ เพื่อติดตามอาการ

อาหาร และเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารรสเค็ม เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ( ตัวอย่างปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น เกลือ 1 ชช. = 2,000 มก. /  น้ำปลา 1 ชช. = 500 มก. / ผงชูรส 1 ชช. = 490 มก. / ผงฟู 1 ชช. = 400 มก. / ซอสหอยนางรม 1 ชต. = 450 มก. / น้ำจิ้มสุกี้ 1 ชต. = 280 มก. / ซอสพริก 1 ชต. = 220 มก. ) ค้นหาปริมาณโซเดียมในอาหารต่างๆเพิ่ม >>> Click <<<
  • งดเติม น้ำปลา ซอส ซีอิ๊ว เกลือ น้ำจิ้มต่างๆ ในอาหาร
  • ลด/งดรับประมานอาหารไขมันอิ่มตัวจากสัตว์ น้ำมันสัตว์ และเนื้อสัตว์ติดมัน
  • งดของหมักดอง ของตากแห้ง เช่น ปลาเค็ม กุ้งแห้ง กะปิ หมูหยอง เต้าเจี้ยว
  • งดอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอม แฮม

 

ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ

อาหารที่ควรรับประทาน

  • ผักผลไม้ เพราะมีแมกนีเซียม และมีกากใย ช่วยลดความดันโลหิต รวมทั้งรับประทานถั่ว และธัญพืชอย่างเพียงพอ เพราะมีกากใยชนิดละลายน้ำที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตได้
  • อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น เต้าหู้ ผักใบเขียว
  • นมพร่องมันเนย
  • ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำมันดอกคำฝอย
ความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ …ทำไงดี?