ผู้สูงอายุเป็นวัยที่คนส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว และต้องกินยาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การกินยาของผู้สูงวัยนั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วงกว่าวัยอื่นๆ เนื่องจากอายุที่มากขึ้น การทำงานของร่างกายก็เสื่อมถอยตามลงไปด้วย ทำให้เกิดอุปสรรคในการกินยาที่ถูกวิธี เช่น มีปัญหาด้านสายตา (ทำให้ไม่สามารถอ่านฉลากยาที่มีตัวอักษรขนาดเล็กได้) ความจำไม่ค่อยดี ( ลืมกินยา กินยาผิด กินยาเกินขนาด ) เป็นต้น

 

แต่ที่สำคัญสุดคือถ้ายาระบุมาว่า กินก่อนอาหาร ต้องกินก่อนอาหารจริง เพราะช่วงนั้นร่างกายจะไม่มีการหลั่งกรดออกมาย่อยอาหาร ช่วงนั้นยาจะออกฤทธิ์ได้ดี ถ้ามีน้ำย่อยหลั่งออกมาแล้วยานั้นก็จะดูดซึมไม่ดี ยาไม่ได้ผล เสียตังค์ฟรี เช่นยาเม็ดเคลือบกระเพาะอาหาร ต้องกินก่อนอาหาร ½ ชั่วโมง ถ้าลืมแล้วก็ข้ามไปรอมื้อถัดไป และไม่จำเป็นต้องกินแบบดับเบิ้ลโดส แต่ถ้าจำเป็นต้องกินก็ควรรอหลังทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมงแต่ถ้าเกิด 2 ชั่วโมงนั้นไปใกล้กับเวลาอาหารอีกมื้อต่อไปก็ไม่ควรกิน

 

หาก ลืมกินยา หรือกินยาไม่ถูกวิธี
นอกจากอาการของโรคจะไม่ดีขึ้น ยังเป็นอันตรายอีกด้วย

 

ปัญหาในการกินยาของผู้สูงวัย

  • ลืมกินยาตามเวลา
  • ซื้อยามากินเอง
  • กินยาของคนอื่น แบ่งยาให้คนอื่นกิน
  • หยุดยา หรือ ปรับขนาดยาเอง
  • กินยาเยอะ จนยาตีกัน โดยไม่แจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อประเมินว่ายามีปฏิกริยาต่อกันหรือไม่
  • กินยาไม่ตรงเวลา
  • เก็บรักษายาไม่ถูกวิธี

 

ลืมกินยา

 

วิธีการช่วยให้ผู้สูงอายุกินยาอย่างถูกวิธี

  1. ผู้ดูแลควรชี้แจงลักษณะยา สรรพคุณของยา และให้คำแนะนำที่เข้าใจง่ายให้กับผู้สูงวัย
  2. เขียนวิธีการกินยา จำนวน และเวลาที่ต้องกินยาอย่างชัดเจน ตัวอักษรขนาดใหญ่ติดบนฉลากยา
  3. จัดยาแยกใส่กล่องตามช่วงเวลาที่รับประทาน เช่น เช้า – กลางวัน – เย็น – ก่อนนอน (และแยกย่อยเป็นก่อน-หลังอาหาร)
  4. นาฬิกาปลุกข้อมือ หรือ โทรศัพม์มือถือ ตั้งเตือนให้ทานยาตามเวลา
  5. ผู้ดูแลหยิบยาให้ผู้สูงอายุกินเองกับมือ เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

 

สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับยาที่ต้องกิน ( ควรถามรายละเอียดจากเภสัชเสมอ )

  1. ยานี้ช่วยในเรื่องอะไร
  2. ยานี้กินอย่างไร ช่วงเวลาไหน
  3. ถ้าลืมกินยาต้องทำอย่างไร
  4. ยานี้มีผลข้างเคียงอะไรไหม
  5. ต้องกินยาเป็นระยะเวลาเท่าใด
  6. วิธีการเก็บรักษายา

 

คำแนะนำ

  • ผู้ดูแลควรสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น และแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะ ความผิดปกติบางอย่างอาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
  • เมื่อไปพบแพทย์ ผู้ดูแลควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่ใช้ปัจจุบันทั้งหมด ( ป้องกันเรื่องยาตีกัน และอันตรายจากปฏิกริยายา ) ปัญหาในการกินยา รวมถึงอาการทั่วไปของผู้สูงอายุที่สังเกตเห็นเมื่อทานยา
  • ยาก่อนอาหารรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที และยาหลังอาหารสามารถทานได้ทันทีหลังทานอาหารเสร็จ
  • ถ้าลืมทานยา ควรถามแพทย์ หรือเภสัชกรว่าปฏิบัติตัวอย่างไร เพราะ ยาแต่ละชนิดมีวิธีการทานแตกต่างกัน ( แนะนำให้ถามเผื่อไว้ตั้งแต่ได้รับยามาครั้งแรก )
  • ควรแกะยาออกจากแผงตอนจะกินยาแล้วเท่านั้น เพราะ ยาบางชนิดมีความไวต่อแสง และความชื้น ( หากต้องการจัดยาเป็นชุด ให้ตัดแผงยาตามเม็ด )
  • ควรพบแพทย์ตามเวลานัดสม่ำเสมอ เพื่อติดตามอาการ และให้แพทย์ประเมินอาการของโรค การทำงานของตับ ไต และปรับขนาดยาที่เหมาะสม