กระดูกพรุน คือ ภาวะที่กระดูกเริ่มเสื่อม และบางลง เนื่องจากการสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในกระดูก โรคนี้ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด นอกจากกระดูกแตกหรือหัก สามารถพบได้บ่อยบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก หรือข้อมือ รวมทั้งยังสามารถเกิดได้กับกระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย ในวัยสูงอายุ เป็นช่วงที่มีการสูญเสียมวลกระดูกเป็นอย่างมาก เนื่องจากโครงสร้างของกระดูก ประกอบไปด้วย โปรตีน 1/3 ส่วน และ แคลเซียม 2/3 ส่วน เมื่อคนเราเติบโตเข้าสู่ช่วงอายุ 20 ปีเป็นต้นไป ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะเริ่มลดลงอย่างช้าๆ และในวัยสูงอายุมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว หากในวัยหนุ่มสาวได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ก็จะส่งระยะยาวถึงวัยผู้สูงอายุด้วย

 

 กระดูกพรุน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังผิดรูปในสตรีสูงอายุ

 

โดยปกติเเล้ว ใน 1 วัน แต่ละวัยต้องการแคลเซียมในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • อายุ 1-3 ปี : 700 mg
  • อายุ 4-8 ปี : 1000 mg
  • อายุ 9-18 ปี : 1300 mg
  • อายุ 19-50 ปี : 1000 mg
  • อายุ 51-70 ปี (ชาย) : 1000 mg
  • อายุ 51-70 ปี (หญิง) : 1200 mg
  • อายุ 70 ปี ขึ้นไป : 1200 mg

 

กระดูกพรุน

 

คุณมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนมากแค่ไหน ?
ทำแบบประเมินความเสี่ยงภาวะโรคกระดูกพรุน : โรงพยาบาลกรุงเทพ

 

ผู้สูงอายุหลายคนได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ ประกอบกับความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมลดน้อยลง และซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนในวัยผู้สูงอายุ และทำให้เกิดอาการปวดกระดูก โดยเฉพาะบริเวณหลัง และสะโพก หรือกระดูกเปราะ หักง่าย แต่กลับกันหากรับประทานแคลเซียมมากเกินความจำเป็นก็ส่งผลให้ท้องผูกได้ค่ะ

 

ประโยชน์ของแคลเซียม

  1. เสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง ฟันไม่ผุง่าย
  2. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ไม่เปราะ หักง่าย ซ่อมแซมกระดูกที่สึกหรอให้แข็งแรง
  3. เสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  4. ควบคุมการไหลผ่านของสารต่างๆในร่างกาย
  5. รักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ
  6. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
  7. กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่จำเป็น และเร่งปฏิกริยาการทำงานของเอมไซน์บางชนิด
  8. รักษาอารมณ์ให้สมดุล ทำให้การนอนหลับเป็นปกติ
  9. ป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆในร่างกาย
  10. เป็นส่วนสำคัญให้ร่างกายเกิดการเจริญเติบโตตามปกติ

 

 

โรคกระดูกพรุน สามารถรักษา และป้องกันไม่ให้ตนเองเกิดภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุน โดยการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เช่น

  • นมสดยูเอชที (ควรเลือกดื่มนมพร่องมันเนย เพราะ มีแคลลอรี่ต่ำ)
  • ปลาสลิด ปลาซาร์ดีน
  • งาดำคั่ว ถั่วขาว
  • เต้าหู้เหลือง นมถั่วเหลือง
  • บล็อกโคลี คะน้า
  • ชีส
  • ส้ม กะหล่ำปลี กล้วย กีวี หอมหัวใหญ่

การรับประทานแคลเซียมเป็นเพียงอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยง และป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมาย เช่น การรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์รวมถึงสารคาเฟอีน และตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี ควรเข้ารับการตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกันการเสื่อมแต่เนิ่นๆที่

สิ่งเหล่านี้ทุกท่านควรใส่ใจและให้ความสำคัญ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของตนเอง และหากทุกท่านช่วยกันบอกต่อความรู้ในการดูแลตนเองกับคนรอบข้าง ก็คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย ที่สังคมของเราจะหันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพกันค่ะ ^^